การเตรียมตัวเข้าสู่ชีวิตสงฆ์ในคณะเยสุอิต

 

พระคาร์ดินัลมีชัยเคยบอกว่า “กว่าจะมีงานบวชพระสงฆ์ของคณะเยสุอิตครั้งนึงนั้นเป็นเหมือนกับช้างตกลูก” เพราะกว่าจะบวชกันแต่ละคนนั้นใช้เวลานาน ต้องยอมรับว่าใช่ การอบรมของคณะฯใช้เวลานานพอสมควร ถ้าไม่นับรวมบ้านเณรเล็ก (ผู้สมัคร) และปีการเตรียมตัวพิเศษต่างๆอีกก็ประมาณ 11 ถึง 12 ปี ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใดนอกจากเพื่อการมีประสบการณ์ที่ใกล้ชิดสนิทกับพระเป็นเจ้าและการเตรียมตัวรับใช้พระศาสนาจักรอย่างมีคุณภาพที่สุดนั่นเอง ในปีนี้ก็เป็นปีที่สองแล้วที่ผมศึกษาเทววิทยาที่ประเทศสเปน ในชั้นปีที่สองเทววิทยาฯนี้มีการอบรมพิเศษของคณะฯเพื่อการเตรียมตัวรับศีลบวช

ปกติเรียกกันว่า “เวลาอารูเป” บางที่ก็เรียกว่า “เดือนอารูเป” พระสงฆ์เยสุอิตส่วนใหญ่จะได้รับการอบรมนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ช่วงนี้หรือชั้นปีเทววิทยาอย่างเดียว ยังมีการให้การอบรมทุกช่วงในการอบรมตั้งแต่ครั้งเข้าคณะฯ เพียงแต่ปีเทวะฯ นั้นใกล้เข้าสู่การบวชแล้ว จึงมีการเน้นเป็นพิเศษ ส่วนเนื้อหาหลักๆในการอบรมนั้นจะเน้นในด้านอัตลักษณ์ความเป็นสงฆ์ในคณะเยสุอิต

คณะเยสุอิตให้ความสำคัญในขั้นตอนการเตรียมตัวเป็นพระสงฆ์อย่างมาก เพราะหน้าที่การเป็นสงฆ์ของคณะเยสุอิตนั้นมีความเฉพาะตัว ไม่ใช่เพียงการเป็นพระสงฆ์ทำหน้าที่ศาสนบริกรเท่านั้น แต่เป็นพระสงฆ์นักบวชของคณะฯ ที่มีจิตารมณ์และอัตลักษณ์เฉพาะที่ซึ่งแตกต่างจากของคณะพระสงฆ์นักบวชอื่นๆ คณะฯมีพันธกิจที่กว้าง เจาะจง และท้าทาย ฉะนั้นในกระบวนการอบรมจะเน้นการอบรมแบบองค์รวมในด้านมิติต่างๆสำหรับชีวิตของบรรดาบราเดอร์ผู้เตรียมตัวบวชแต่ละท่าน ในหนังสือสมัชชาใหญ่ของคณะครั้งที่ 32 (GC 32, 1973) แลเห็นความสำคัญในการอบรมครั้งนี้ เพื่อว่าชีวิตและกระแสเรียกที่มีต่อการเรียกของพระเป็นเจ้านั้นมีความกระจ่างแจ้ง ชัดเจนและมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจที่สุด ด้วยเหตุนี้ทางพ่อวิญญาณและผู้ให้การอบรมจะให้อ่านเอกสารต่างๆและให้การอบรมเน้นในด้าน กระแสเรียกสงฆ์ ชีวิตจิต ความฉลาดทางด้านอารมณ์ การมีชีวิตถือศีลโสด การอภิบาลพระศาสนจักร และชีวิตในฐานะนักบวชเยสุอิต โดยเฉพาะในช่วงสิบปีนี้ (2019-2029) ทางคณะฯได้มุ่งเน้น 4 พันธกิจหลักสากล หนึ่งในนั้นคือเรื่องการนำชีวิตจิต โดยเฉพาะพระศาสนจักรในเมืองไทยคณะเยสุอิตเองได้รับการไว้วางใจมาตลอดในด้านการให้การอบรมทางชีวิตจิต

การนำชีวิตจิต การนำเข้าเงียบ การเป็นผู้ร่วมเดินทางในความเชื่อและการรับฟังเพื่อช่วยเหลือในด้านการสร้างความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้คณะฯจึงพยายามที่จะสนับสนุนและให้การอบรมแก่บรรดาสมาชิกในคณะฯเพื่อที่จะสามารถกลับมารับงานอภิบาลได้อย่างมีคุณภาพ ในกลุ่มของบราเดอร์เองปีนี้มีกันทั้งหมด 13 คนที่เข้ารับการอบรมการเตรียมพระสงฆ์ที่เมืองซาลามังกา และในนั้นมีบร. ฟรังซิส พันธรักษ์ เรืองสวัสดิ์ และตัวผมเองที่มาจากเมืองไทย สุดท้ายนี้พวกผมขอคำภาวนาและกำลังใจจากพี่น้องด้วยเพื่อจะสามารถเตรียมตัวอย่างดีที่สุดในการตอบรับกระแสเรียกชีวิตสงฆ์ในคณะฯ และการทำหน้าที่ในงานประกาศข่าวดีในอนาคต

บร. ศักดิ์ดา แสนบรรเจิดสุข เอส.เจ.