บทความ

ระลึกถึงคุณพ่อทอม มิเชล, เอสเจ

ระลึกถึงคุณพ่อทอม มิเชล, เอสเจ

โทมัส มิเชล เกิดในปี ค.ศ. 1941 (พ.ศ. 2484) ที่เมืองเซนต์ รัฐนิทย์ หรัฐอเมริกา บิดามารดาของท่านเป็นคาทอลิกศรัทธา บิดาของท่านทำงานในกรมไปรษณีย์สหรัฐฯ ท่านมีพี่น้องอีกสามคน ได้แก่ Victor (Bud), Rosemay (Rose) และ Kathryn (Kay) ท่านเข้าบ้านเณรใหญ่สังฆมณฑลเซนต์หลุยส์ และได้ รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ในปี ค.ศ. 1967

คุณพ่อทอมประทับใจศาสนาอิสลามอย่างมาก และตัดสินใจเข้าร่วมคณะเยสุอิตแขวงอินโดนีเซียในปี 1971 เพื่อทำงานท่านกลางพี่น้องชาวมุสลิม เมื่อเป็นครูสอนที่อินโดนีเซีย มีผู้เรียนชาวมุสลิมถามท่านว่า "หากคุณพ่อต้องการศึกษาศาสนาคริสต์ ทำไมไม่ลองศึกษาศาสนาอิสลามดู จะได้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างศาสนิกทั้งสองฝ่ายให้เข้าใจและตระหนักถึงศาสนาของตนมากขึ้น"

ท่านได้เป็นนักวิชาการอาวุโสประจำศูนย์ Alwaleed Center for Muslim-Christian Studies ของมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ และได้สอนวิชาศาสนศาสตร์ที่คณะ School of Foreign Service ของมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ณ ประเทศกาตาร์ ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาอิสลามจากมหาวิทยาลัยชิคาโก อีกทั้งยังได้ศึกษาภาษาอาหรับในอียิปต์และเลบานอน และมีโอกาสได้รู้จักผู้นำมุสลิมในหลายประเทศ ชีวิตของท่านอุทิศเพื่อส่งเสริมมิตรภาพอันลึกซึ้งระหว่างคริสตชนและมุสลิมอย่างแท้จริง

ท่านเคยพำนักอยู่ในประเทศตุรกีหลายครั้ง บางครั้งเป็นระยะเวลายาวนาน ท่านได้รับเชิญให้บรรยายเรื่องศาสนาคริสต์แก่คณะเทววิทยาของเมืองคอนยา (Konya) อิซมีร์ (Lzmir ) และอังการา (Ankara) เมื่อครั้งที่ท่านไปคอนยาเพื่อจัดอบรมเป็นเวลา 6 เดือน คุณพ่อมิเชลได้เล่าว่า: “ผมเช่าบ้านเดี่ยวที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ จึงออกไปซื้อของใช้บางอย่าง ขณะเดินกลับบ้านโดยแบกที่นอนบนหลังอยู่ เพื่อนบ้านก็ถามว่าผมเป็นใครและกำลังทำอะไรอยู่ ผมบอกว่าข้าพเจ้าเป็นชาวอเมริกัน และมาที่มหาวิทยาลัยเซลจุก (Selcuk) ในฐานะผู้สอน พวกเขาถามว่าผมสอนอะไร ผมตอบว่าเป็นอาจารย์ประจำคณะเทววิทยา เขาจึงพูดว่า ‘ถ้าเช่นนั้น คุณก็ต้องเป็นมุสลิม’ ผมตอบว่า ‘ไม่ใช่ครับ ผมเป็นคริสตชนและสอนเรื่องศาสนาคริสต์’ ไม่นาน เพื่อนบ้านบางคนก็เดินมาส่งถึงบ้าน และไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาก็นำโต๊ะ เก้าอี้ และเครื่องครัวมามอบให้ บ้านของผมก็พร้อมใช้งานในทันที”

 

Green_Minimalist_Natural_Skincare_YoTube_Banner_2.jpg

 

วันรุ่งขึ้น ผมบอกตัวเองว่า “เอาล่ะ” แล้วออกจากบ้านโดยไม่ได้ล็อกประตู เมื่อกลับมาจากมหาวิทยาลัย ผมประหลาดใจอย่างยิ่ง! มีอาหารเตรียมไว้ในครัว เสื้อผ้าถูกรีดอย่างเรียบร้อย และบ้านก็สะอาดเป็นระเบียบ สิ่งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหกเดือนที่ผมอาศัยอยู่ที่นั่น” ในวันสุดท้ายก่อนจากไป เพื่อเป็นการขอบคุณผู้มีน้ำใจดีทุกคนที่ช่วยเตรียมอาหารและดูแลทุกอย่างให้แก่ท่านทุกวัน พ่อทอมได้ถามชายคนหนึ่งซึ่งท่านเห็นมักยืนอยู่หน้าประตูว่า “คุณช่วยพาผมไปพบพวกเขาได้ไหม?” เขาตอบว่า “ไม่จำเป็นหรอกครับ เพราะพวกเขาทำสิ่งนี้เพื่อพระเจ้า ไม่ใช่เพราะตัวคุณ และในเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นทุกสิ่ง ก็ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขารับคำขอบคุณจากคุณ”

“คำตอบนี้ทำให้ผมประทับใจอย่างลึกซึ้ง และผมจะระลึกถึงมันเสมอในฐานะตัวอย่างที่มีชีวิตของความจริงในพระวาจาของพระเยซูเจ้า ซึ่งตรัสว่า ‘มือข้างหนึ่งทำความดี ก็ไม่จำเป็นให้มืออีกข้างหนึ่งรู้เห็น’”

พ่อทอมกล่าวเสมอว่า ท่านมักให้คำแนะนำกับทุกคน โดยเฉพาะคริสตชนว่า หากได้รับคำเชิญจากพี่น้องมุสลิมให้ไปร่วมงานละศีลอด (อิฟตาร์) หรือร่วมกิจกรรมอื่น ๆ ก็ควรไป ผมบอกพวกเขาว่า “จงไปพบพวกเขา แล้วคุณจะเห็นว่างานเช่นนี้เปิดประตูสู่มิตรภาพที่งดงามเพียงใด”

พ่อทอมเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานความสัมพันธ์กับชาวมุสลิมแห่งนครวาติกัน ระหว่างปี ค.ศ. 1981–1994 และต่อมาได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นเลขานุการฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาให้กับสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งเอเชีย ระหว่างปี ค.ศ. 1994–2008

ท่ามกลางประสบการณ์ด้านการเสวนาระหว่างศาสนามากมาย ท่านมักระลึกถึงเหตุการณ์หนึ่งที่สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งว่า: “เมื่อผมเดินทางไปยังเมืองซัมโบอังกา (Zamboanga) ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งในเวลานั้นเกิดความขัดแย้งระหว่างคริสตชนและมุสลิม เพื่อดูว่ามีหนทางใดที่จะนำสันติภาพและความสงบกลับคืนสู่ผู้คนในภูมิภาค พ่อเห็นอาคารหลังหนึ่งตั้งอยู่บริเวณที่ขัดแย้ง พร้อมป้ายที่เขียนว่า ‘ โรงเรียนนานาชาติสอนความอดทนยอมรับกัน International Tolerance School’ พ่อและทีมงานจึงเดินเข้าไป และพบว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่เด็กคริสต์และเด็กมุสลิมเรียนร่วมกัน การได้เห็นโรงเรียนฮิซเมต (Hizmet) แห่งนี้ยืนหยัดประดุจเกาะแห่งสันติภาพท่ามกลางความขัดแย้งและความตึงเครียด และการได้เห็นกิจกรรมทางการศึกษาที่เกิดขึ้นที่นั่น ทำให้เราตระหนักอีกครั้งถึงความสำคัญของผลงานที่ขบวนการฮิซเมตได้มอบให้แก่สังคม”

ในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต ท่านได้ย้ายมาประเทศไทยและเป็นอาจารย์ที่ชุมชนการเรียนรู้เซเวียร์ (XLC) จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านทำงานจนวาระสุดท้าย คุณพ่อทอมเป็นนักวิชาการผู้เปี่ยมปัญญา ผู้ซึ่งอุทิศชีวิตให้แก่การศึกษาและการเสวนาระหว่างศาสนา ท่านเป็นคนดี ผู้มีน้ำใจงดงามและเปี่ยมเมตตา

 

Green_Minimalist_Natural_Skincare_YoTube_Banner_1.jpg

 REST IN PEACE: 5 กุมภาพันธ์ 1941 - 24 พฤศจิกายน 2025

 

ข่าวสารล่าสุด

คณะแห่งพระเยซูเจ้า

คณะแห่งพระเยซูเจ้าก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1540 โดยนักบุญอิกญาซีโอ แห่งโลโยลา ร่วมด้วยสหายของท่าน พันธกิจของคณะเยสุอิตคือ พันธกิจแห่งความยุติธรรมและการปองดองซึ่งกันและกัน เพื่อให้พี่น้องชายหญิงได้คืนดีกับพระเจ้า กับตนเอง กับผู้อื่น และกับสิ่งสร้างของพระเจ้า

Subscribe
to Our Newsletter

We are pleased to share the news with you!
(สามารถติดตามข่าวสารคณะเยสุอิตในประเทศไทย
โดยกรอกอีเมลของท่านและกดปุ่ม Subscribe)