“พ่อรู้สึกมีความดีใจที่ได้ใช้เวลานี้กับทุกท่าน ซึ่งเป็นการมาเยือนครั้งแรกของพ่อในไทย!”
นี่คือช่วงเริ่มต้นของการปราศรัยของคุณพ่ออาร์ตูโร โซซา SJ มหาธิการคณะเยสุอิต ในช่วงการพบปะกับบรรดาเยสุอิตในประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 โดยการเยี่ยมเยียนครั้งเป็นการเยี่ยมครั้งแรกของคุณพ่อซึ่งจะใช้เวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ โดยคุณพ่อมหาธิการเปรียบตัวท่านเองเฉกเช่น “ผู้จาริก” ซึ่งแสวงหาที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับพันธกิจของคณะฯ ในแขวงนี้ นอกจากคุณพ่อมหาธิการเองแล้ว ท่านยังเดินทางมาพร้อมกับ คุณพ่อโจเซ่ มากาเดีย SJ (ผู้ช่วยมหาธิการเขตเอเชีย-แปซิฟิก) คุณพ่อโธมัส ค้อด SJ (ผู้ช่วยมหาธิการเขตยุโรปตะวันออก-กลาง) และคุณพ่อโรเบิร์ต บาลเลอเซอร์ SJ (ผู้รับผิดชอบฝ่ายสื่อของคณะฯ จากกรุงโรม)
ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังบ้านอื่นๆของคณะ คุณพ่อมหาธิการใช้เวลาสองวันแรก (21-22 มิถุนายน) เพื่อรับฟัง สวดภาวนา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพี่น้องเยสุอิต ณ สวดเจ็ดริน ที่เชียงใหม่ โดยในวันแรกนั้น มีเยสุอิตที่เข้าร่วมทั้งหมด 34 คน (3 คนไม่ได้เข้าร่วม เนื่องจากกำลังรับการอบรมที่ต่างประเทศ) รวมถึงฆราวาสผู้ร่วมงานจำนวนสองท่าน พวกเขาพรีเซนต์พันธกิจต่างๆมให้คุณพ่อมหาธิการ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการศึกษา ชีวิตจิต การอบรมสำหรับเยาวชน และความยุติธรรมในสังคม
ในช่วงบ่าย คุณพ่อมหาธิการพบปะส่วนตัวกับเยสุอิตจำนวน 23 คนที่กำลังอยู่ในช่วงการอบรม (ก่อนปฏิญาณตนครั้งสุดท้าย) และ 11 คนในนี้ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์แล้ว โดยในขณะที่คุณพ่อมหาธิการกล่าวถึงความรู้สึกยินดีที่เห็นเยสุอิตหนุ่มจำนวนมากในไทย คุณพ่อยังคงให้กำลังใจเพื่อว่าพวกเขาจะไม่ลืมที่จะเปิดใจต่อการนำทางของพระเจ้าอย่างดีที่สุด เพราะพระเจ้าทรงช่วยพวกเขาให้ค่อยๆเรียนรู้ว่า พวกเขาจะมอบอะไรให้พระศาสนจักรและสังคมไทยได้บ้าง นอกจากนี้ คุณพ่อมหาธิการยังแนะนำพวกเขาว่า “พวกท่านไม่ใช่แค่อนาคตของคณะฯ แต่คือปัจจุบันต่างหาก”

ในวันถัดมา คุณพ่อมหาธิการแบ่งปันการไตร่ตรองของท่านหลังจากที่ได้รับฟังเกี่ยวกับงานอภิบาลต่างๆของเยสุอิตในไทยก่อนหน้านี้ โดยท่านย้ำเตือนว่า “ถึงแม้จำนวนเยสุอิตเรานั้น (ในไทย) มีจำนวนน้อย แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง” โดยเฉพาะดูได้จากความพยายามในกระบวนการอบรมของเยสุอิต และงานอภิบาลต่างๆในประเทศนี้ อย่างไรก็ตาม คุณพ่อมหาธิการเชิญชวนเยสุอิตทุกคนกลับมาไตร่ตรองคำสองคำที่สำคัญ นั่นคือ “พันธกิจ” (mission) และ “การพิจารณาไตร่ตรอง” (discernment)
ประการแรก คุณพ่อมหาธิการแนะนำคำว่า “พันธกิจแห่งชีวิต” (life-mission) ซึ่งหมายความว่า พันธกิจของเยสุอิตนั้น ไม่ใช่เพียง “การกระทำ” (doing) หากแต่สิ่งที่สุดคือการเป็น “วิถีทางแห่งการใช้ชีวิต” (a way of living) คุณพ่อยกตัวอย่างของนักบุญอิกญาซีโอแห่งโลโยลาและบรรดามิตรสหาย (เยสุอิต) กลุ่มแรก ในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 ซึ่งเมื่อดูพันธกิจของพวกเขา ต่างก็มีรากฐานมาจากการภาวนา และการพิจารณาไตร่ตรองร่วมกัน (common discernment) นอกจากนี้ คุณพ่อยังเน้นว่า “พันธกิจแห่งชีวิต” ของเยสุอิตนั้น รวมถึง “ความต่อเนื่อง” (consistency) ในการใช้ชีวิตนักบวชอย่างดี ไม่ว่าจะในพื้นที่ส่วนตัวหรือสาธารณะ และ “ชีวิตกลุ่ม” (community) ที่ควรจะพิจารณาเฉกเช่นงานอภิบาลเช่นกัน และท้ายที่สุดคือ “การร่วมมือกัน” (collaboration) กับผู้อื่นในพันธกิจของพระเจ้า
ประการที่สอง คุณพ่อมหาธิการเชิญชวนเยสุอิตให้ตระหนักถึงความสำคัญของ “การพิจารณาไตร่ตรองร่วมกัน” (discernment in common) เพื่อที่จะทำเช่นกัน แต่ละคนต้องมีอิสรภาพของชีวิตจิตภายใน อิสรภาพนี้รวมถึงการไม่ยึดติดกับงานของตนเองเพื่อจะได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาไตร่ตรอง เพื่อว่าเยสุอิตในไทยทุกคนจะสามารถปล่อยให้พระจิตเจ้านำทางอย่างแท้จริง และเรียนรู้ว่าจะช่วยพันธกิจอะไรได้บ้างในประเทศไทย
ในช่วงท้ายของการประชุม คุณพ่อมหาธิการย้ำเตือนบรรดาเยสุอิตในไทย ไม่ให้สูญเสียความหวัง และเพื่อที่จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังนี้ เยสุอิตจะต้อง “ดำรงอยู่ใกล้ชิดกับพระเยซูเจ้า” ผู้ทรงเป็นแหล่งท่อธารแห่งพละกำลังของพวกเขา
โดย คุณพ่อชาร์ลส์ นพรัตน์ เรือนกูล SJ









